นางสาวภัทรวรรณ อุตรชน รหัสนักศึกษา 6511219690

Monday, December 12, 2022

การเรียนครั้งที่ 2

🌸🌸   สรุปงานวิจัย   🌸🌸

 



ชื่อวิทยานิพนธ์      ผลของการฝึกการละเล่นพื้นบ้านที่มีต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
ผู้เขียน                   นางสาวฟาลาตี หมาดเต๊ะ
สาขาวิชา               หลักสูตรและการสอน
ปีการศึกษา            2557

 
บทคัดย่อ

           การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลการฝึกการละเล่นพื้นบ้านที่มีต่อพัฒนาการของ 

 เด็กปฐมวัย โดยศึกษากับกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กปฐมวัยที่ก าลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลโรงเรียนบ้านบูเกะกุง

 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 2 โดยวิธีการเลือกตัวอย่างแบบ

เจาะจง(purposive sampling) จำนวน 30 คน ซึ่งเด็กปฐมมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง โดยเลือกจากแบบ 

บันทึกสุขภาพและครูประจำชั้นยอมรับเงือนไขการวิจัยครั้งนี้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 

(1) แผนการจัดประสบการณ์โดยใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านจ านวน 12 กิจกรรม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

(2) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้เรื่องการละเล่นพื้นบ้านที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น

(3) แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกสำหรับเด็กปฐมวัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

      (Kasetsart Motor Fitness Test) 

      สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานแบบ t-test dependent


วัตถุประสงค์ของการวิจัย

     เพื่อศึกษาผลการฝึกการละเล่นพื้นบ้านที่มีต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัย


ความสำคัญและประโยชน์ของการวิจัย 

     ผลของการวิจัยครั้งนี้ทำให้ได้กิจกรรมการฝึกการละเล่นพื้นบ้าน ที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกลไก

และการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับปฐมวัย และทราบถึงผลการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการของเด็ก 

ปฐมวัยที่ทำการฝึกการละเล่นพื้นบ้าน


ขอบเขตของการวิจัย 

1. การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (experimental research) ซึ่งศึกษาผลของการฝึก 

    การละเล่นพื้นบ้านที่มีต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ซึ่งในงานวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาการเปลี่ยนแปลง

    ของสมรรถภาพทางกลไก อันเป็นผลจากการฝึกกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน และศึกษาการเรียนรู้ของ

    เด็กปฐมวัย หลังจากได้รับการฝึกกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน 

2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชาย – หญิง ระดับปฐมวัย ที่ก าลังศึกษาอยู่ ชั้นอนุบาล

   โรงเรียนบ้านบูเกะกุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 2 โดย วิธีการเลือก

    ตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling) จ านวน 30 คน ซึ่งเด็กปฐมมีร่างกาย สมบูรณ์แข็งแรง 

    โดยเลือกจากแบบบันทึกสุขภาพและครูประจำชั้นยอมรับเงือนไขการวิจัยครั้งนี้ 

3. ระยะเวลาในการทดลองทั้งหมด 8 สัปดาห์สัปดาห์ละ 3 วันโดยทำการฝึกในวันจันทร์ วัน พุธ และวันศุกร์ 

    เวลา 14.30-15.30 น. 


ตัวแปรที่ศึกษาในการวิจัยครั้งนี้

    ได้แก่ 

   1 ตัวแปรต้น (independent variable) คือ การฝึกการละเล่นพื้นบ้าน 

   2 ตัวแปรตาม (dependent variable) ได้แก่สมรรถภาพทางกลไกประกอบด้วย

          (1) ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle strength) 

          (2) พลังของกล้ามเนื้อแขนและขา (Arm and Leg muscle power) 

          (3) ความอดทน (Muscle endurance) 

          (4) ความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) 

          (5) ความอ่อนตัว (Flexibility) 

          (6) ความเร็ว (Speed) 

     และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้จากกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน โดยใช้แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ 

ทางการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 


การทดสอบสมรรถภาพทางกลไก 

         ผู้วิจัยใช้แบบทดสอบสมรรถภาพทางกลไกสำหรับ

 เด็กปฐมวัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(KasetsartMotor Fitness Test) ประกอบด้วยวิธีการ 

ทดสอบ 6 ด้าน (สุพิตร สมาหิโต, 2535) ดังนี้ 

 5.1 การนั่งงอตัวไปข้างหน้า ใช้ทดสอบความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อหลัง 

 5.2 การลุก-นั่ง 30 วินาทีใช้ทดสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและความอดทน 

       ของกล้ามเนื้อท้อง 

 5.3 การวิ่งเร็ว 20 เมตร ใช้ทดสอบความเร็ว 17 

 5.4 การยืนกระโดดไกล ใช้ทดสอบพลังและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา 

 5.5 การวิ่งเก็บของ 3 จุด ใช้ทดสอบความคล่องแคล่วว่องไว

 5.6 การขว้างลูกบอลไกล ใช้ทดสอบพลังของกล้ามเนื้อแขน


หลักการส่งเสริมสมรรถภาพทางกลไกของเด็กปฐมวัย 

           หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 (กระทรวงศึกษาธิการ, 2546) กล่าวถึง 

เด็กอายุระหว่าง 3-5 ปีว่าเป็นวัยที่มีร่างกายและสมองกำลังเจริญเติบโตผู้ใหญ่ควรส่งเสริมให้เด็กใน

วัยนี้ได้รับการเรียนรู้จากการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการสำรวจการเล่นการทดลอง การค้นพบ

ด้วยตนเองมีโอกาสแก้ปัญหาเลือกและตัดสินใจใช้ภาษาสื่อความหมายคิดริเริ่มสร้างสรรค์อยู่ร่วมกับผู้อื่น

 ได้อย่างมีความสุข แนวคิดเกี่ยวกับการเล่นแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสังคมที่กล่าวไว้ในหลักสูตร

คือ การเล่นของเด็กเป็นกิจกรรมที่สำคัญในชีวิตเด็กทุกคนการเล่นทำให้รู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน 

ได้ สังเกตได้มีโอกาสทดลองสร้างสรรค์คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วยตัวเอง การเล่นจะมีอิทธิพลและ

มีผล ต่อการเจริญเติบโตของเด็กช่วยพัฒนาร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา สภาพทางสังคม

 วัฒนธรรมและธรรมชาติที่เด็กอาศัยอยู่สิ่งต่างๆเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้การพัฒนาศักยภาพให้ 

เกิดการเรียนรู้และอยู่กับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขแนวทางในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กอายุ3-5 ปี  

สามารถจัดกิจกรรมประจำวันได้หลายรูปแบบ เป็นการช่วยให้ทั้งผู้สอนและเด็กทราบว่าแต่ละวันจะ 

ทำกิจกรรมอะไรเมื่อใดและอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับความสนใจและวุฒิภาวะของเด็กโดยคำนึงถึง 

องค์ประกอบต่างๆดังนี้ 

1) ระยะเวลากล่าวคือเด็กในช่วงอายุที่ต่างกันจะมีความสนใจกิจกรรมดังนี้เด็กวัย 3 ขวบ มีความสนใจช่วง

     สั้นประมาณ 8 นาทีเด็กวัย 4 ขวบ มีความสนใจช่วงสั้นประมาณ 12 นาทีเด็ก วัย 5 ขวบ 

    มีความสนใจช่วงสั้นๆประมาณ 15 นาที 

 2) กิจกรรมที่จัดควรมีลักษณะดังนี้กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควรใช้เวลา

      ต่อเนื่องนานเกินกว่า 20 นาทีกิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรีเช่น การเล่นตามมุม การเล่นกลางแจ้ง

      การเล่นใช้เวลาประมาณ 40-60 นาทีกิจกรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมใน ห้องและนอกห้อง

      กิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก กิจกรรมที่เป็นรายบุคคลกลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่

      กิจกรรมที่เด็กเป็นผู้ริเริ่มและครูเป็นผู้ริเริ่มและกิจกรรมที่ต้องใช้ก าลังและไม่ใช้ก าลัง ควรจัดให้ครบ

     ทุกประเภททั้งนี้กิจกรรมที่ต้องออกกำลังกาย ควรจัดสลับกับกิจกรรมที่ไม่ต้องออกกำลัง มากนักเพื่อ

     เด็กจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป 

 3) รูปแบบการจัดกิจกรรมประจำวันหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ได้ให้ แนวทางในการจัด        ตารางกิจกรรมประจำวันไว้พอสังเขปดังนี้ 

      8.30-9.00 รับเด็กเคารพธงชาติ 

     9.00-9.30 กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 

     9.30-10.30 กิจกรรมเสรี 

    10.30-10.40 พักรับประทานอาหารว่าง 

    10.40-11.20 กิจกรรมกลางแจ้ง 

    11.20-11.30 พัก (ล้างมือ-ล้างหน้า) 

    11.30-11.50 กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 

    11.50-13.00 พัก (รับประทานอาหารกลางวัน) 

    13.00-15.00 นอนพักผ่อน 

   15.00-15.10 เก็บที่นอนล้างหน้า 

   15.10-15.30 พัก (รับประทานอาหารว่าง) 

   15.30-15.50 เล่านิทาน 

   15.50-16.00 เตรียมตัวกลับบ้าน

          สรุปหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546 ได้ก าหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมประจำวัน

 โดยครอบคลุม 6 กิจกรรมหลัก ได้แก่กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสรี กิจกรรมเสริม

ประสบการณ์กิจกรรมสร้างสรรค์กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา 

         จากความหมายแนวคิดและองค์ประกอบของสมรรถภาพทางกลไกที่มีผู้รู้ศึกษาไว้ หลายท่านสรุป

ความหมายของสมรรถภาพทางกลไกได้คือ ความสามารถในการใช้พลังของกล้ามเนื้อ ในการเคลื่อน

ไหวการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้บรรลุตามวัตถุประสงค์โดยมีองค์ประกอบคือพลัง 

ของกล้ามเนื้อ (Muscle power) ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Muscle strength) ความอดทนของ

กล้ามเนื้อ (Muscle endurance) ความอ่อนตัว (Flexibility) ความคล่องแคล่วว่องไว (Agility) 

และ ความเร็ว (Speed) ดังนั้นเด็กที่ได้รับการฝึกสมรรถภาพทางกลไกทำให้อวัยวะต่างๆของร่างกาย

 เคลื่อนไหวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เด็กมีความพร้อมทางด้านร่างกายและปฏิบัติ

 กิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี


No comments:

Post a Comment

การเรียนครั้งที่ 16

 อาจารย์ให้ทำงานร่วมกับพี่ปี 3 โดยกลุ่มหนูได้หน่วย "คมนาคม" สมาชิก 1.น.ส.ปณิสรา บุญครอง เลขที่ 26 2.น.ส.ภัทรวรรณ อุตรชน เลขที่ 28